Banner
เกษตร New

เรื่องเล่านาข้าวญี่ปุ่น

วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของคุณ TuayFoo ที่แบ่งปันเกี่ยวกับประสบการณ์การไปเที่ยวญี่ปุ่น และได้สัมผัสกับวิธีการทำนาของคนที่นั้นมาให้กับทุกท่านได้ดูชมกัน ไปเริ่มกันเลย

เพื่อนนิสัยเป็นญี่ปุ่นแล้ว ต้องอธิบายตามป้าย

สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ผมมีโอกาสไปเดินเล่นที่ญี่ปุ่นและได้เจอเพื่อนเก่าที่เรียนกันมา (ไม่เจอกัน 20 ปีตั้งแต่เรียนจบ ตอนมาเมืองไทยนัดกินเลี้ยงก็คลาดกัน) เพื่อนได้ภรรยาเป็นคนญี่ปุ่นและมาใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นได้ 20 ปีแล้ว (สอบได้ CCNA -ใบรับรองด้านการจัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Cisso/Microsoft แต่กลับได้ทำงาน CNC -เครื่องจักรกัดชิ้นงาน เพื่อนบอกว่าตอนนั้นเข้าใจผิดว่ามันใกล้เคียงกัน เลยบอกบริษัทว่าทำได้ 55) เพื่อนอาศัยอยู่ที่ไซตามะ (ใกล้ ๆ โตเกียว นั่งรถไฟ 30 นาทีก็ถึง) เลยถือโอกาสนั่งรถไฟไปหา เพื่อนก็ดีใจหลังจากนั่งคุยสักพัก ก็ชวนไปปั่นจักรยานดูทุ่งนารอบ ๆ เมืองไซตามะ และนี่คือเรื่องเล่าจากเพื่อนเกี่ยวกับข้าวในญี่ปุ่นของคนไทยที่อาศัยญี่ปุ่นประมาณ 20 ปีครับ ผมก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ลุยทุ่งนาญี่ปุ่น

 

แม่ลูก

ประเทศญี่ปุ่น (แต่ละประเทศย่อมมีบริบทต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ได้รับฟังจากเพื่อนคือวิธีที่ประเทศญี่ปุ่นเลือกใช้มิได้หมายความว่าจะต้องนำมาใช้กับประเทศไทย) มีแนวคิดหรืออุดมการณ์และการปฏิบัติจริงทางด้านข้าวเท่าที่ได้รับฟังมาคือ ข้าวญี่ปุ่นปลูกในประเทศไม่พอเพียงการบริโภค พื้นที่ปลูกข้าวน้อย คนญี่ปุ่นที่ทำนาก็มีจำนวนน้อยลง แต่ประเทศญี่ปุ่นหรือรัฐบาลต้องการให้มีความมั่นคงทางอาหาร ชาวนาต้องอยู่ได้ดังนั้นจึงอุดหนุนให้เงินช่วยเกษตรกร รวมทั้งตั้งกำแพงภาษีข้าวจากต่างประเทศสูงมาก (ค้นดูในอินเตอร์เน็นมีคนเขียนไว้ว่า 777% เปรียบแหมือนบ้านเราตั้งกำแพงภาษีรถสปอร์ตจากต่างประเทศ 300% น่าจะได้ครับ)

แก้มลิงเอกชนเช่าทำสนามกอล์ฟครับ

 

ที่เห็นนี้เป็นแก้มลิงข้างแม่น้ำนะครับ รัฐบาลให้เช่า

 

ทางสาธารณะ ใช้ออกทำลังกายปั่นจักรยาน มีสนามฟุตบอล สนามเด็กเล่น ฯลฯ

 

นาข้าวญี่ปุ่น ที่เห็นใช้รถปักดำทุกแปลง

เนื่องจากญี่ปุ่นมีพื้นที่ทำนาได้น้อย (ชาวนาที่รวยคือมีพื้นที่ทำนาของตนเอง ส่วนชาวนาที่เช่าที่จากรัฐบาลก็คงพออยู่ได้ครับ) พื้นที่ทำนาจากในรูป จริง ๆ แล้วคือ แก้มลิง ญี่ปุ่นจะกันพื้นที่ด้านข้างของแม่น้ำหลักทั้งสองฝั่ง อาจจะประมาณ 200 – 1 กม. ทำเป็นแก้มลิงเพื่อป้องกันน้ำหลาก น้ำป่า หรือน้ำท่วม (เอ๊ะหรือน้ำรอการระบาย 555 เพื่อนอยู่มา 20 ปี บอกว่าเห็นน้ำล้นมา 2 ครั้ง นี่ขนาดเขาทำขนาดนี้นะครับ) ทำเป็นพื้นที่สาธารณะ ทางรถจักรยาน อาจให้เช่าทำนา ทำสนามให้เด็กเล่น หรือแม้กระทั่งสนามกอล์ฟ (ไม่มีการบุกรุกสร้างตึกสร้างบ้าน ที่เห็นอาจจะเป็นคนไร้บ้านมาสร้างที่อยู่ชั่วคราว เพื่อนบอกคนญี่ปุ่นเรียกว่า พวกแพ้สังคม)  การทำนาคนญี่ปุ่นก็ใช้เครื่องจักรช่วยปักดำ (ถ้าดู Blog พี่อ้อยหวานน่าจะเคยเห็นรถปักดำข้าวครับ) ดูแล้วปลูกเป็นระเบียบดีจัง ระยะปลูกห่างกันประมาณ 2 ซองบุหรี่ คงจะประมาณ 15 ซม. ระยะแถวบางทีก็ 15 ซม.บางทีก็เห็น 30 ซม. ไม่แน่ใจว่าคนละพันธุ์กันหรือเปล่า ผมก็ดูไม่ออกเสียด้วย ระบบชลประทานเข้าถึงแปลงนาได้เลย ที่เห็นคือมีเครื่องสูบน้ำและทางน้ำไหลผ่านแปลงนาทุกแปลง ชาวนาสามารถขายข้าวให้รัฐบาลจะเรียกว่าจำนำข้าวหรือประกันราคาข้าวก็แล้วแต่ สำหรับแหล่งปลูกข้าวที่มีชื่อเสียงก็สามารถผลิตข้าวขายได้ด้วยตนเอง (คงจะเป็นแบบวิสาหกิจชุมชน) คนญี่ปุ่นชอบกินข้าวใหม่ ดังนั้นความชื้นคงไม่ค่อยมีผลกับราคาเท่าไรชาวบ้านสามารถไปซื้อข้าวสารถุงหรือจะซื้อข้าวเปลือกที่ห้างสรรพสินค้าและใช้เครื่องสีข้าวสีออกมาได้เลย (ลืมถ่ายรูปตอนที่ไปที่เมืองนิกโก้ก็เห็นอยู่ เพื่อน ๆ อาจจะเคยเห็นในอินเตอร์เน็ตแล้วเหมือนกันครับ)

 

รถปักดำทุกแปลง

 

ทางส่งน้ำเข้านาทุกแปลง

 

เครื่องสูบน้ำ เหมือนเป็นสาธารณะของหมู่บ้าน

 

รูปรถดำนาญี่ปุ่นจาก Blog พี่อ้อยหวาน

 

เครื่องสีข้าวหยอดเหรียญ (รูปจากอินเตอร์เน็ต)

ก่อนกลับก็ได้รับการเลี้ยงจากเจ้าบ้านพาไปกินอาหารแบบคันไซ OKONOMIYAKI (โอะโคะโนะมิยากิ) หรือบ้านเราเรียกพิซซ่าญี่ปุ่น ก็ทำเอง(หรือจะเรียกเขามาทำให้ก็ได้) อร่อยแบบญี่ปุ่นดีครับ

เจ้าบ้านพามากิน OKONOMIYAKI

ครับก็ขอเล่า (เรื่องเกี่ยวกับเกษตร) ในสิ่งที่ได้ไปพบเห็นที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าชอบอ่านแบบท่องเที่ยวต้อง Blog อ้อยหวานล่ะครับ 555 (ผมแฟน Blog อ้อยหวานนะคร้าบ) สวัสดีครับ

เพื่อนกันตลอดไป

ที่มา: http://www.bansuanporpeang.com/node/29694

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Banner